Home News update ทดลองขับ “All New YAMAHA AEROX” ดีไซน์ใหม่หมด เครื่องแรง ขับสนุก

ทดลองขับ “All New YAMAHA AEROX” ดีไซน์ใหม่หมด เครื่องแรง ขับสนุก

by Gotz
807 views

วันนี้เราจะมาพูดถึงรถมอเตอร์ไซค์คลาส 150CC ที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันตอนนี้ ก็คือ “All New YAMAHA AEROX” ซึ่งตัวนี้ก็เป็นรุ่นแรกของทางยามาฮ่าที่ได้เปิดตัวในปีนี้ โดยการมาของ New Aerox นี้นั้นทำให้ผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ตออโตเมติกถึงกลับหวั่นไหว ด้วยรูปลักษณ์หน้าตาการดีไซน์ใหม่ทั้งหมดของเจ้าคันนี้กันเลยทีเดียว โดยการดีไซน์และออกแบบเป็นของดีไซเนอร์และวิศวะกรคนไทย และนอกจากนี้ทางทีมงานเรายังได้มีโอกาสทดลองขับ All New YAMAHA Aerox ด้วย เดี๋ยวเราจะมารีวิวกันว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

ก่อนอื่นเลยเรามาชมการดีไซน์รูปโฉมกันก่อนดีกว่า เริ่มด้วยไฟหน้าที่มีการเพิ่มไฟ Daytime running light ทำให้หน้ารถดูดุและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น และไฟหน้าที่มีการปรับให้มีความสว่างเพิ่มขึ้นอีกด้วย ส่วนไฟท้ายก็ได้มีการเปลี่ยนใหม่โดยให้มีขนาดที่เพรียวกว่าเดิมแต่ยังคงให้ความสว่างที่ชัดเจน และดูสวยไปอีกแบบ แต่ถึงแม้ไฟหน้าและไฟท้ายจะเป็น LED แต่ไฟเลี้ยวยังคงเป็นหลอดไส้เหมือนเหมือนเดิม ไม่ได้เป็น Full LED หน้าจอแสดงผลการขับขี่เปลี่ยนใหม่หมดแสดงผลได้ครบครัน ทั้งรอบเครื่องยนต์ ความเร็ว ทริป1,2 อัตราการประหยัดน้ำมัน และที่สำคัญสามารถแสดงการแจ้งเตือนของโทรศัพท์ได้อีกด้วย ทำให้ไม่พลาดทุกการติดต่อ โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของยามาฮ่าในประเทศไทยที่มีฟีเจอร์ Y-Connect โดยมี 8 ฟังก์ชั่นให้ใช้งาน : อ่านที่นี่

ด้านข้างของตัวรถก็ได้มีการออกแบบชุดแฟริ่งใหม่ให้ดูมีเลเยอร์ มีมิติให้อารมณ์สปอร์ตสุดๆ และด้านข้างใช้การออกแบเป็นรูปตัว “X” จากเดิมทีเป็น “Z”

ส่วนถังน้ำมันถือว่าแก้ไขข้อบกพร่องจากรุ่นได้ดีเลยทีเดียว คือการเพิ่มความจุของถังน้ำมันจากเดิม 4.6 ลิตร เป็น 5.5 ลิตร ทำไมไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อยๆ อีกเช่นเคย สถรรนะเครื่องยนต์ก็ใช่ย่อย เครื่องยนต์รุ่นี้ได้มีการเปลี่ยนใหม่โดยการใช้เสื้อสูบแบบ DiaSAil(ไดอะซิล) ลูกสูบ Forged(ฟอร์จ) ซึ่งเสื้อสูบแบบนี้ขึ้นชื่อเรื่องการระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม และลูกสูบมีความทนทานสูง และลูกสูบมีผิวหน้าที่เรียบแบน ทำให้ได้กำลังอัดเพิ่มเป็น 11.6:1 ส่งผลให้รอบเครื่องยนต์ทำงานน้อนลงและประหยัดน้ำมันนั่นเอง

สำหรับรุ่นใหม่นี้ทางยามาฮ่าได้ตัดออกเหลือเพียง 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น ABS และรุ่น Standard ซึ่ง 2 รุ่นนี้มีจุดที่แตกกันเช่น รุ่น ABS จะได้เบรคหน้าที่เป็น ABS (Anti-lock brake system) หรืการป้องกันล้อล็อคขณะเบรค ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบสปริงก้านคู่พร้อมซับแทงค์ เพิ่มความนุ่มนวลมากขึ้น และกุญแจเป็นแบบ Smart Key ส่วนรุ่น Standard เบรคหน้าจะเป็นแบบดิสเบรคธรรมดา ระบบกันสะเทือนหลังเป็นสปริงก้านคู่ไม่มีซับแทงค์ และกุญแจเป็นแบบเสียบเบ้าเหมือนเดิม เบรคหลังของทั้งสองรุ่นเป็นดรัมเบรคเหมือนกัน ส่วนรายละเอียดในจุดอื่นๆ เหมือนกันหมดครับ

หลังจากนี้เราจะเล่าประสปการณ์ที่ได้ทดสอบกันนะครับ เริ่มเลยคือสถานีที่ 1 จะเป็นการทดสอบเรื่องอัตราเร่งและการควบคุมรถในความเร็ว ผลที่ได้คืออัตราเร่งช่วงต้นทำได้นุ่มนวลกว่าเดิมไม่กระชาก จังหวะที่ต้องเข้าโค้งก็ทำออกมาได้ดีกว่าตัวเก่าอย่างเกินคาด เพราะแฮนด์มีน้ำหนักที่เบา ยางเดิมที่ติดรถมาก็เกาะถนนได้ดีพอสมควรไม่มีอาการสไลด์ให้เห็น

สถานีที่ 2 คือสลาลม สถานีนี้จะเป็นการทดสอบในเรื่องการควบคุมแฮนด์ จากการทดสอบสถานีนี้สัมผัสได้ถึงการควบคุมแฮนด์ได้ดั่งใจ สามารถพลิกรถซ้ายขวาได้อย่างฉับไว และด้วยหน้ายางที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับคลาสเดียวกันจึงส่งผลให้ควบคุมรถได้ง่าย เทโค้งได้ลึก

สถานีที่ 3 คือการทรงตัวบนรถให้ได้นานที่สุดบนเส้นทางที่กำหนด จากข้างต้นที่กล่าวมาว่าแฮนด์มีน้ำหนักเบาควบคุมได้ง่าย ส่งผลให้การทรงตัวบนรถจึงทำได้ง่าย ความสมดุลของรถก็ทำออกมาได้ดีเช่นกัน

สถานีที่ 4 เป็นสถานีสุดท้าย ซึ่งการทดสอบจะเน้นไปที่เรื่องอัตราเร่งแรงบิดและเบรค โดยกำหนดให้ขี่ที่ความเร็ว 50 กม./ชม. จากจุดเริ่มต้นจนถึงจัดสิ้นสุดและเบรคให้อยู่ในจุดที่กำหนดไว้ จากการทดสอบผลปรากฎว่า จากระยะทางที่กำหนดไว้ซึ่งมีระยะที่ไม่ยาวมาก แต่อัตราเร่งสามารถทำความเร็วได้มากพอในช่วงต้น และจังหวะเบรคในจุดที่กำหนดการตอบสนองของเบรคนั้นมีการตอบสนองที่ไว เบรคหนึบ ยางที่ติดรถมาก็เช่นกันให้ระยะเบรคที่สั้น แล้วถ้ายิ่งมีระบบเบรคแบบ ABS ยิ่งมั่นใจเพิ่มเข้าไปอีก

จากการทดสอบมาทั้งหมดนั้นเป็นเพียงการทดสอบในเรื่องของสมรรถนะของตัวรถในการใช้ความเร็วและช่วงล่าง ส่วนเรื่องการประหยัดน้ำมันนั้นคงต้องรอได้ทดลองใช้ขับบนถนนที่การจราจรปกติ แต่จากรุ่นเก่าอัตราการประหยัดน้ำมันนั้นจะอยู่ที่ราวๆ 30-40 กม./ลิตร ถังน้ำมันตัวเก่าที่เป็น 4.6 ลิตร ใช้งานทุกวันก็จะได้ประมาน 2-3 วัน แล้วถ้าใครใช้งานบ่อยๆ คงต้องเติมน้ำมันบ่อยแน่ๆ แต่จากการแก้ไขในส่วนนี้ที่เพิ่มความจุถังน้ำมันเป็น 5.5 ลิตร ช่วยยึดระยะการเติมน้ำมันได้ส่วนหนึ่ง

สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่โชว์รูมหรือตัวแทนจำหน่ายได้ทั่วประเทศ

ข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ยามาฮ่า คลิกที่นี่

Youtube Z-TV
Home

Please follow and like us:

Related Articles

Verified by MonsterInsights