บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรม “Toyota Trusted Services Open House III” เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนกว่า 50 สื่อ เข้าชมโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ ฐานการผลิตรถยนต์ระดับโลกที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มข้น และแนวคิดความยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตจนถึงการส่งมอบ สร้างความมั่นใจสูงสุดให้ลูกค้าทั่วโลก โดยสื่อมวลชนได้เยี่ยมชมสายการผลิตรถเครื่องยนต์สันดาป ทั้งรถกระบะ HILUX และรถอเนกประสงค์ FORTUNER รวมถึง LAND CRUISER FJ รวมทั้ง ได้เยี่ยมชมสายการผลิตรถกระบะไฟฟ้า Hilux Travo-e ที่ผลิตเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศและการส่งออก นอกจากนั้น โตโยต้ายังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ “ชีวพนาเวศ” ที่มุ่งสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการดำเนิน “โครงการโซลาร์ฟาร์ม” ขนาดใหญ่ ที่สามารถผลิตพลังงานสะอาดและช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569

โดยกิจกรรม “Toyota Trusted Services Open House III” โตโยต้าได้นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมไลน์ประกอบรถยนต์ ซึ่งประกอบด้วย
- ไลน์ประกอบรถเครื่องยนต์สันดาป ซึ่งทำการประกอบรถยนต์โตโยต้า ได้แก่
รถกระบะHILUX และรถอเนกประสงค์ FORTUNER รวมถึง LAND CRUISER FJ
- ไลน์ประกอบรถกระบะไฟฟ้า ซึ่งทำการประกอบรถยนต์โตโยต้า รุ่น Hilux Travo-e
โรงงานประกอบรถยนต์ โตโยต้า บ้านโพธิ์

โรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 3 ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา บนเนื้อที่กว่า 1,500 ไร่ โดยเริ่มเปิดสายการผลิตเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 มีกำลังการผลิตในระยะแรก 100,000 คันต่อปี ทำการประกอบรถกระบะ ไฮลักซ์ เพื่อตลาดภายในประเทศและการส่งออก โดยโรงงานบ้านโพธิ์ เป็นโรงงานแห่งความยั่งยืนติด 1 ใน 5 อันดับ จากโตโยต้าทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่มีกระบวนการผลิตรถยนต์ ภายใต้มาตรฐาน TOYOTA PRODUCTION SYSTEM ประกอบด้วย 6 สายการผลิตหลัก พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างระบบอี-คัมบัง (E-KANBAN) มาใช้ในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและระบบขนส่งแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การผลิตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด
- ระบบการผลิตแบบโตโยต้า (TPS) ระบบการผลิตที่ได้รับการยอมรับระดับโลก
คุณภาพสูง ต้นทุนเหมาะสม ระยะเวลาดำเนินการสั้นประกอบด้วย 2 เสาหลัก คือ
- JUST IN TIME คือ การผลิตรถยนต์ตรงตามเวลาและปริมาณตามความต้องการของลูกค้าเท่านั้น
- JIDOKA คือ การรับประกันคุณภาพ ที่ทุกฝ่ายทั้งโตโยต้าและผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้โดยไม่มีข้อยกเว้น
อีกทั้งโตโยต้าตรวจกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนด้วย ระบบ POKAYOKE ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่คอยตรวจจับสิ่งผิดปกติหรือข้อผิดพลาด

2. กระบวนการผลิตรถยนต์
- โรงปั๊มชิ้นส่วน ผลิตชิ้นส่วนตัวถังโดยการขึ้นรูปทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความสามารถในการผลิตสูงถึง 2,380 ชิ้นต่อชั่วโมง ทั้งนี้โรงงานปั๊มชิ้นส่วนตัวถังยังมีระบบการควบคุมคุณภาพที่ดีเยี่ยม ภายใต้แนวคิดที่คำนึงถึงคุณภาพเป็นหลักในทุกกระบวนการผลิต
- โรงเชื่อมตัวถัง เชื่อมโครงสร้างตัวถังด้วยระบบหุ่นยนต์แทนกลที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์สำหรับการเชื่อมโครงสร้างตัวถัง เพื่อให้มีความถูกต้องและแม่นยำสูงสุด อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- โรงพ่นสี โตโยต้าเป็นผู้ผลิตรายแรกของประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการพ่นสีรถยนต์ โดยใช้น้ำเป็นตัวทำละลายซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะสามารถลดสารประกอบอินทรีย์ระเหยที่มีผลกระทบต่อระบบหายใจ
- โรงฉีดขึ้นรูป โรงฉีดชิ้นส่วนพลาสติกมี 3 กระบวนการหลัก คือ กระบวนการฉีดชิ้นส่วนพลาสติก โดยสามารถผลิตชิ้นงานได้เร็วกว่าเครื่องฉีดปกติ กระบวนการผลิตโฟมของคอนโซลรถยนต์ และกระบวนการพ่นสีโดยใช้พนักงานที่มีทักษะสูงในการพ่นสีชิ้นส่วน
- โรงประกอบรถยนต์ ชิ้นส่วนภายในตัวรถ เช่น ระบบปรับอากาศ เบาะนั่ง เข็มขัดนิรภัย และชิ้นส่วนภายนอกตัวรถ เช่น กันชน ไฟหน้า เครื่องยนต์ รวมไปถึงล้อรถและชิ้นส่วนระบบช่วงล่างของตัวรถ จะถูกประกอบเข้ากับตัวรถที่ผ่านขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ โดยถูกติดตั้งที่โรงประกอบแห่งนี้ พร้อมทั้งทดสอบและตรวจคุณภาพก่อนที่จะส่งให้ลูกค้าต่อไป
- ระบบการตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้นำเทคโนโลยีการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบมาใช้ในทุกขั้นตอน ตลอดทั้งกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด โดยแบ่งออกเป็น 2 ระบบ ดังนี้

การตรวจสอบคุณภาพภายในกระบวนการผลิต
การตรวจสอบคุณภาพในแต่ละสถานีการทำงานจะมีระบบการควบคุม เพื่อไม่ให้ปัญหาทางด้านคุณภาพถูกส่งต่อไปยังกระบวนการถัดไป ซึ่งถือเป็นปรัชญาหลักของระบบการผลิตแบบโตโยต้า (TPS) ดังนั้นหากมีสิ่งที่ผิดปกติ อาทิ ข้อผิดพลาดหรือการทำงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ระบบการผลิตจะหยุดในจุดที่กำหนด เพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างทันท่วงที และส่งมอบชิ้นงานที่มีคุณภาพไปยังกระบวนการถัดไป
การตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้าย
เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน การตรวจสอบขั้นสุดท้ายจึงเป็นการตรวจสอบอย่างละเอียดและพิถีพิถัน โดยพนักงานที่มีความชำนาญจะทำการตรวจสอบครอบคลุมทุกระบบ ตั้งแต่การประกอบชิ้นส่วน การตั้งค่าการทำงานของระบบต่าง ๆ รวมถึงการทดสอบการขับขี่จริงในสนามทดสอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับโลก และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า
มั่นใจในคุณภาพพร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม
3. เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม
โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงงานแห่งความยั่งยืน ติดอันดับ 1 ใน 5 จากโรงงานโตโยต้าทั้งหมดทั่วโลก ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะเติบโต ด้วยคุณภาพการผลิตระดับโลก และใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- เทคโนโลยี WATERBORNE PAINTING SYSTEM คือระบบการพ่นสีที่ใช้น้ำเป็นตัวการทำละลาย มีคุณภาพเทียบเท่าการใช้สีผสมทินเนอร์ และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- Regenerative thermal เตาเผาอุณหภูมิสูง ที่ี่ช่วยลดปริมาณสารระเหย ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
- การออกแบบภายในโรงงาน ให้ใช้พลังงานจากธรรมชาติด้วยหลังคาโปร่งแสง เพื่อลดการเปิดไฟ
- การนำเอาเทคโนโลยี มาช่วยลดพลังงานในกระบวนการผลิต อาทิ
- “SERVO MOTOR” มอเตอร์ที่ควบคุมการเคลื่อนที่และปริมาณการใช้ไฟฟ้าของเครื่องจักร
- “ระบบ KARAKURI” การใช้กลไกลำเลียงชิ้นส่วนในกระบวนการผลิตอย่างง่าย โดยการใช้หลักการฟิสิกส์พื้นฐาน เช่น แรงโน้มถ่วง การหนุนส่งถ่ายกำลัง การใช้คานและรอกใน
การทุ่นแรงเพื่อยกชิ้นส่วนหนัก เป็นต้น - เครื่องยกชิ้นส่วนรถยนต์ “Regenerative Lifter” ที่มีการกักเก็บพลังงาน จากการเคลื่อนที่
มาแปลงเป็นไฟฟ้า - ระบบลำเลียงชิ้นส่วนรถยนต์แบบยืดหยุ่น “Friction Dolly” ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับการผลิต โดยใช้พลังงานตามความเหมาะสม
- ในส่วนของการจัดการน้ำในโรงงาน มีระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อนำมาใช้หมุนเวียนในโรงงานรวมถึงการใช้ระบบ RO เพื่อผลิตน้ำสะอาดแทนการใช้น้ำประปาแบบปกติ
- การนำพลังงานมาหมุนเวียนใหม่ๆ จาก SOLAR CELL และ ROOF TOP มาทดแทนการใช้พลังงานในโรงงาน
นอกจากนั้น โตโยต้ายังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ “ชีวพนาเวศ” ที่มุ่งสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการดำเนิน “โครงการโซลาร์ฟาร์ม” ขนาดใหญ่ ที่สามารถผลิตพลังงานสะอาดและช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

4. ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ”
ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ภายในโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2559 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านแนวคิด “ห้องเรียนธรรมชาติ” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สัมผัสประสบการณ์จริง โดยครอบคลุมทั้งการสร้างสมดุลระหว่างอุตสาหกรรมและธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle) และการฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
ภายในศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ประกอบด้วย 6 สถานีการเรียนรู้
- สถานีที่ 1 อีโค่พาวิลเลี่ยน (Eco Pavilion)
เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดภาพรวมและประวัติความเป็นมาของศูนย์การเรียนรู้
“ชีวพนาเวศ” ผ่านรูปแบบนิทรรศการ เพื่อสร้างความเข้าใจพื้นฐานและแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าชม โดยนำเสนอแนวคิดการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระดับสากล เช่น OECMs ซึ่งเป็นการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์นอกเขตคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ยังได้รับการรับรองเป็น 1 ใน 5 พื้นที่ต้นแบบของประเทศไทย สอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลกในการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ 30% ภายในปี 2030 พร้อมเชื่อมโยงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศกับแนวทางการดำเนินงานของโตโยต้าอย่างเป็นรูปธรรม
- สถานีที่ 2 บ้านโพธิ์โรงงานแห่งความยั่งยืน (Sustainability plant)
นำเสนอแนวคิดและเบื้องหลังกระบวนการผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของโรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ ผ่านนิทรรศการที่สะท้อนการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน ไม่เพียงมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
- สถานีที่ 3 สถานีไบโอโทป (Biotope)
นำเสนอแนวคิดการสร้างระบบนิเวศจำลองที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างอุตสาหกรรม ชุมชน และธรรมชาติ โดยยึดหลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle) ในการบริหารจัดการทรัพยากร เช่น การใช้น้ำที่ผ่านการบำบัดมาใช้ใหม่และวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อลดของเสียและสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งยังเป็นต้นแบบของแนวคิด Zero Emission ที่ช่วยสร้างความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน
- สถานีที่ 4 สถานี Plant in Harmony with Nature
แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการฟื้นฟูและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศภายในพื้นที่โรงงาน โดยใช้สิ่งมีชีวิตอย่างหิ่งห้อยและนกกระจาบทองเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงการออกแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตและการฟื้นคืนของห่วงโซ่อาหารในธรรมชาติอย่างยั่งยืน
- สถานีที่ 5 สถานีป่านิเวศ (Eco Forest)
ถ่ายทอดแนวคิดการปลูกป่าตามหลักมิยาวากิ ซึ่งเน้นการปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นอย่างหลากหลายและหนาแน่น เพื่อเร่งการฟื้นฟูระบบนิเวศให้สมบูรณ์ในระยะเวลาอันสั้น พร้อมสะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างพื้นที่สีเขียว และต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สามารถขยายผลได้ในวงกว้าง
- สถานีที่ 6 อาคารศูนย์การเรียนรู้ฯ ชีวพนาเวศ (Learning Center Building)
เป็นอาคารสีเขียวมาตรฐานระดับ Platinum ที่ออกแบบให้เป็น “นิทรรศการมีชีวิต” โดดเด่นด้านการประหยัดพลังงานและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นศูนย์กลางการพัฒนาหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษาในรูปแบบการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยความร่วมมือระหว่างโตโยต้าและหน่วยงานด้านการศึกษา เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและสังคมอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ยังพัฒนาหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษาร่วมกับหน่วยงานด้านการศึกษา เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและสังคมในวงกว้าง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

5. โครงการ Solar Farm
โครงการโซลาร์ฟาร์มของโรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ เป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาดขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 24.12 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 34,498 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าของภาคครัวเรือนเกือบ 8,000 หลังคาเรือน บนพื้นที่กว่า 271,000 ตารางเมตร พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์มากกว่า 40,000 แผง โครงการดังกล่าวช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 18,000 ตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 2.28 ล้านต้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม

นายสมคิด ประดิษฐกำจรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “การเปิดบ้านเพื่อให้สื่อมวลชนเยี่ยมชมในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับมาตรฐานการผลิต ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่น โปร่งใส และยั่งยืน ทั้งนี้ โตโยต้าพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสู่ลูกค้าทั่วโลก ซึ่งผลิตภัณฑ์จากโรงงาน
โตโยต้าบ้านโพธิ์ เช่น HILUX นั้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก สะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตระดับสากลของโตโยต้า
ทั้งนี้ เราภูมิใจที่ได้เติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย และมีโอกาสในการส่งเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศไทย”
Toyota Trusted Services คือประสบการณ์แห่งการบริการในการสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้แก่ลูกค้า นับตั้งแต่ก้าวแรกที่เป็นลูกค้าโตโยต้าไปตลอดการใช้งาน
ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมการตลาดอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่
https://www.toyota.co.th/ Facebook: Toyota Motor Thailand
LINE Official: @ToyotaThailand TikTok: @ToyotaMotorTH
X: @ToyotaMotorTH Instagram: @toyotamotorthailandofficial
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆเกี่ยวกับ โตโยต้า คลิกที่นี่
Youtube

