Home brandford ฟอร์ดตอกย้ำมาตรฐานงานสี ด้วยบันทึกคุณภาพ ค้นหา ‘Sweet Spot’ ยกระดับความแม่นยำและความสม่ำเสมอ

ฟอร์ดตอกย้ำมาตรฐานงานสี ด้วยบันทึกคุณภาพ ค้นหา ‘Sweet Spot’ ยกระดับความแม่นยำและความสม่ำเสมอ

by wa wa ztv
48 views

ในสายการผลิตรถยนต์ การควบคุมปัจจัยต่างๆ หรือ Factor Control อาจดูเป็นเรื่องพื้นฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) เลือกที่จะลงรายละเอียดให้ลึกกว่านั้น ด้วยการเปลี่ยนข้อมูลจากการผลิตประจำวันให้กลายเป็น ‘องค์ความรู้สะสม’ ที่ต่อยอดได้จริง โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เอฟทีเอ็มเก็บและวิเคราะห์รายละเอียดกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายเดียวคือ การค้นหาและรักษามาตรฐานงานสีที่ดีที่สุดในทุกๆ วัน

เมื่อ ‘สีรถ’ คือความละเอียดอ่อนที่มองข้ามไม่ได้

ในห้องพ่นสีของฟอร์ด สภาพแวดล้อมคือตัวแปรที่สำคัญมาก สีรถมีความอ่อนไหวสูงและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ความชื้นในอากาศ หรือแม้แต่ฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทีมงานของฟอร์ดจึงต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมปัจจัย (Factors) เหล่านี้ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เพื่อให้งานพ่นสีมีคุณภาพที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าสภาพอากาศหรือฤดูกาลจะเปลี่ยนไปอย่างไร

เมื่อเป้าหมายไม่ใช่แค่ผ่านเกณฑ์ แต่คือการรักษา ‘Sweet Spot’ ของคุณภาพงานพ่นสี

แทนที่จะตั้งเป้าแค่การควบคุมค่าต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (Tolerance) ที่ถูกกำหนดไว้อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เอฟทีเอ็มเลือกเดินไปไกลกว่านั้น ทีมพ่นสีมองหาสภาวะที่ดีที่สุด หรือ Sweet Spot’ ซึ่งเป็นจุดที่ทุกปัจจัยทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว จนได้ผลงานที่สวยงามและมีคุณภาพสูงสุด

“ในแต่ละวัน จะมีช่วงเวลาที่ปัจจัยต่างๆ ลงตัวอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด” วันรพี เรืองฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมควบคุมกระบวนการผลิต แผนกพ่นสี อธิบาย “การรักษา ‘Sweet Spot’ ให้คงอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับคุณภาพงานสี ลดความแปรผันในกระบวนการ และส่งผลให้ขั้นตอนถัดไปดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เมื่อเราวางรากฐานของกระบวนการได้ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพสูงสุดที่เราตั้งไว้”

บันทึกคุณภาพ 4 ปี: เรียนรู้จาก ‘วันที่ดีที่สุด’

เบื้องหลังความสม่ำเสมอของคุณภาพงานพ่นสี คือ การที่เอฟทีเอ็มไม่ได้หยุดอยู่แค่การควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานในแต่ละวันเท่านั้น แต่ริเริ่ม บันทึกคุณภาพ (Quality Records) ขึ้นมา เพื่อเก็บข้อมูลการผลิตในแต่ละวันอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4 ปี ทีมงานนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อย้อนดู ‘วันที่งานออกมาดีที่สุด’ เกิดจากปัจจัยใดบ้าง ตั้งแต่ความเร็วลมในห้องพ่นสี ความหนืดของสี ไปจนถึงการทำความสะอาดห้องอบสีในวันหยุด หรือแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยต่างๆ ที่มีผลต่อคุณภาพงาน ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ช่วยลดการลองผิดลองถูก และทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ทุกคันที่ออกจากสายการผลิต มีคุณภาพผิวสีในระดับมาตรฐานสากลอย่างสม่ำเสมอ แม้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาล

“เราไม่ได้แค่พ่นสีรถยนต์ แต่เราเรียนรู้จากงานที่เราทำในทุกๆ วัน” ปัญญพันธุ์ พูลภิญโญ ผู้จัดการทั่วไปแผนกพ่นสีของโรงงานเอฟทีเอ็ม กล่าว “การทบทวนบันทึกคุณภาพตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้ทีมงานเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า เหตุใดบางวันจึงได้ผลลัพธ์ที่โดดเด่น จากนั้นเราก็นำเงื่อนไขเหล่านั้นกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อทำให้ทุกวันเป็นวันที่อยู่ใน Sweet Spot ของกระบวนการผลิต”

8 เฉดสีไฮไลต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ดสะท้อนทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

ความสำเร็จในการถอดรหัส ‘Sweet Spot’ และควบคุมปัจจัยการผลิตได้อย่างยอดเยี่ยมนี้เอง ที่ทำให้เอฟทีเอ็มสามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ความแกร่งของฟอร์ด เรนเจอร์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ผ่านเฉดสีทั้ง 8 สีได้อย่างเด่นชัดและมีพลัง ตอบโจทย์ลูกค้าในหลากหลายไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่สีที่ได้รับความนิยมสูงอย่างสีขาว Arctic White, สีดำ Absolute Black และสีเทา Meteor Grey ไปจนถึงสีที่เปิดตัวใหม่อย่างสีส้ม Ignite Orange รวมถึง Code Orange สีซิกเนเจอร์ของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ นอกจากนี้ยังมีเฉดสีอย่าง Command Grey, Blue Lightning และ Aluminium Metallic ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเฉดสีใด ความท้าทายสำคัญคือการควบคุมคุณภาพงานพ่นสีให้มีความสวยงามและสม่ำเสมอในมาตรฐานเดียวกันทุกคัน

จากสายการผลิตในประเทศไทย เอฟทีเอ็มส่งฟอร์ด เรนเจอร์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ออกเดินทางสู่กว่า 100 ประเทศทั่วโลก ภายใต้มาตรฐานคุณภาพเดียวกันเสมอ ข้อมูลการผลิตสะท้อนว่า สีขาว Arctic White, สีดำ Absolute Black และสีเทา Meteor Grey เป็น 3 สีที่มียอดการผลิตสูงสุด ซึ่งล้วนเป็นเฉดสีที่สะท้อนความแกร่งแบบเรียบหรู

นอกจากนี้ ข้อมูลคำสั่งผลิตในปี 2568 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2569 ยังระบุว่า ลูกค้าชาวไทยให้ความนิยมสีดำ Absolute Black เป็นพิเศษ ขณะที่ตลาดออสเตรเลียเลือกสีขาว Arctic White เป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเหมาะกับสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่ต้องการความทนทานสูง

คุณภาพที่ยึดมั่น เพื่อความมั่นใจของลูกค้า

การควบคุมปัจจัยและการรักษา Sweet Spot ในงานพ่นสีของฟอร์ดมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเรียบง่าย นั่นคือการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่า รถยนต์ทุกคันที่ออกจากโรงงานเอฟทีเอ็ม จะต้องมีความเงางาม ทนทานในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่ทฤษฎีการผลิต แต่เป็นคุณภาพที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง

“Sweet Spot เป็นมากกว่าแค่แนวคิดในโรงงาน แต่มันคือคุณภาพที่ลูกค้ามองเห็นและสัมผัสได้จริง” คุณปัญญพันธุ์ กล่าวเสริม “ข้อมูลของเรายืนยันความสำเร็จนี้ โดยเราไม่พบรายงานปัญหาด้านคุณภาพเรื่องสิ่งแปลกปลอมในชั้นสีจากลูกค้าเลย สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อเราหาจุดสมดุลที่สมบูรณ์แบบเจอ เราจะสามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่ไร้ที่ติได้อย่างแท้จริง”

“เป้าหมายของเรา คือ ไม่ว่าลูกค้าจะเลือกเรนเจอร์สีไหน หรือขับแร็พเตอร์เฉดใด รถทุกคันคือตัวแทนของความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการรักษามาตรฐานคุณภาพสูงสุดของเรา” คุณปัญญพันธุ์กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆเกี่ยวกับ ฟอร์ด คลิกที่นี่

Youtube
Home
Please follow and like us:

Related Articles

Verified by MonsterInsights